PRAI PLUS X SOAP
ผลิตภัณฑ์สบู่เพื่อสุขภาพผิว ผลิตจากสมุนไพร ปลอดภัย 100%
22/09/2026
🌱 ไตรโคเดอร์มาไม่ได้แค่ “ฆ่าเชื้อโรค” แต่ช่วยควบคุมเชื้อสาเหตุโรคด้วยหลายกลไก
เมื่อพูดถึง โรครากเน่า–โคนเน่าในทุเรียน เกษตรกรหลายคนอาจนึกถึง Phytophthora เป็นอันดับแรก แต่รู้หรือไม่ว่า ไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) สามารถช่วยลดโอกาสที่เชื้อสาเหตุโรคจะเข้าทำลายรากได้ผ่านกลไกทางชีวภาพหลายรูปแบบ 🌿
🔬 4 กลไกสำคัญของไตรโคเดอร์มา
1️⃣ แย่งพื้นที่และอาหาร
ไตรโคเดอร์มาเจริญและเข้าครอบครองบริเวณรอบราก ทำให้เชื้อสาเหตุโรคมีพื้นที่และแหล่งอาหารลดลง
2️⃣ สร้างสารยับยั้ง
สามารถสร้างสารเมแทบอไลต์และกรดอินทรีย์บางชนิดที่ช่วยยับยั้งการเจริญของเชื้อก่อโรค
3️⃣ เข้าทำลายเชื้อโดยตรง
ไตรโคเดอร์มาบางสายพันธุ์สามารถพันรัดเส้นใยของเชื้อเป้าหมาย พร้อมสร้างเอนไซม์ เช่น Chitinase และ Glucanase ช่วยย่อยโครงสร้างของเชื้อ
4️⃣ กระตุ้นการป้องกันตัวของพืช
ช่วยกระตุ้นกลไกการตอบสนองของต้นทุเรียน ทำให้พืชมีระบบป้องกันตัวเองต่อเชื้อสาเหตุโรคได้ดีขึ้น
🌳 หัวใจสำคัญไม่ใช่รอให้รากเน่าแล้วค่อยแก้
แต่ควรใช้แนวทาง ป้องกัน + จัดการสภาพแวดล้อม + ใช้ชีวภัณฑ์อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการจัดการน้ำและการระบายน้ำในสวนทุเรียน
💡 หากใช้ไตรโคเดอร์มา ควรตรวจสอบ อัตราใช้และวิธีใช้ตามฉลากผลิตภัณฑ์ และหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับสารที่มีฤทธิ์ทำลายเชื้อจุลินทรีย์โดยตรงในช่วงเวลาเดียวกัน
ดูแลรากให้แข็งแรง ก่อนปัญหาจะลุกลามถึงโคนต้น 🌱
#คุณนะทำการเกษตร #เกษตรความรู้คู่สวน #ทุเรียน #ไตรโคเดอร์มา #โรครากเน่าโคนเน่า #ทุเรียนมืออาชีพ #เกษตรกรไทย
22/09/2026
🌿 “ขมแต่มีดี” 6 ผักรสขมที่น่าปลูกไว้กินเอง
รสขมอาจไม่ใช่รสโปรดของใครหลายคน แต่ผักรสขมหลายชนิดกลับมี สารสำคัญ วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร ที่น่าสนใจ แถมบางชนิดปลูกง่าย เหมาะกับสวนครัวและพื้นที่เกษตรขนาดเล็ก 🌱
วันนี้คุณนะทำพามารู้จัก 6 ผักรสขม ที่พบได้ในบ้านเรา 👇
🥒 1. มะระขี้นก
Momordica charantia L.
มีสารกลุ่ม cucurbitane triterpenoids และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด
☀️ ชอบแดดจัด ดินระบายน้ำดี และควรทำค้างให้เถาเลื้อย
🌳 2. สะเดา
Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis Valeton
เป็นไม้พื้นบ้านที่นิยมใช้ยอดและดอกเป็นอาหาร และมีสารสำคัญในกลุ่ม limonoids
☀️ ทนแดดและค่อนข้างทนแล้ง เหมาะกับพื้นที่ที่มีแดดดี
🌳 3. ขี้เหล็ก
Senna siamea (Lam.) H.S.Irwin & Barneby
ยอดอ่อนและใบอ่อนนิยมนำมาประกอบอาหาร มีสารสำคัญหลายชนิด
☀️ เป็นไม้โตเร็ว ดูแลง่าย และชอบแดด
🫘 4. สะตอ
Parkia speciosa Hassk.
เมล็ดมีใยอาหารและสารประกอบพืชหลายชนิด เป็นผักพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
🌱 ชอบอากาศร้อนชื้นและดินที่มีความชื้นเหมาะสม
🌿 5. ตั้งโอ๋
Glebionis coronaria (L.) Cass. ex Spach
มีวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ
❄️ ชอบอากาศค่อนข้างเย็น โตเร็ว เหมาะกับแปลงผักสวนครัว
🌱 6. ใบบัวบก
Centella asiatica (L.) Urb.
มีสารกลุ่ม triterpenoids เช่น asiaticoside และเป็นผักที่มีใยอาหาร
💧 ชอบดินชื้นและแสงรำไร ขยายพันธุ์ด้วยไหลได้ง่าย
💡 เกษตรกรไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่ใหญ่
เพียงเลือกพืชให้เหมาะกับ แสง ดิน น้ำ และพื้นที่ ก็สามารถสร้างแปลงผักที่มีทั้งอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพได้
👉 คุณนะทำ | แหล่งความรู้ด้านเกษตร ที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง
#คุณนะทำการเกษตร #ผักพื้นบ้าน #ผักรสขม #มะระขี้นก #สะเดา #ขี้เหล็ก #สะตอ #ตั้งโอ๋ #ใบบัวบก #เกษตรสวนครัว #เกษตรไทย #ความรู้ด้านเกษตร
22/09/2026
🌾 ทำนารอบใหม่ อย่าเพิ่งรีบหว่านข้าว!
ถ้าแปลงนามีปัญหา หญ้าและข้าวดีด การเตรียมดินให้ถูกวิธีช่วยลดต้นทุนการกำจัดวัชพืชในรอบใหม่ได้
💡 เทคนิคสำคัญคือ
“ล่อให้งอก แล้วกำจัดทิ้งก่อนปลูกข้าว”
เพราะเมล็ดหญ้าและข้าวดีดที่ตกค้างอยู่ในดินยังสามารถงอกขึ้นมาแข่งขันกับต้นข้าวได้ หากปล่อยให้โตพร้อมกับข้าว จะจัดการยากขึ้นและอาจทำให้ผลผลิตลดลง
🌱 4 ขั้นตอนก่อนเริ่มทำนารอบใหม่
1️⃣ ไถดะ + ตากดิน
หลังเก็บเกี่ยว ให้ไถพลิกดินในขณะที่มีความชื้นเหมาะสม แล้วตากดินประมาณ 15–20 วัน
2️⃣ ล่อเมล็ดให้ทยอยงอก
ปล่อยน้ำให้ดินมีความชุ่มชื้น แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5–10 วัน เพื่อกระตุ้นเมล็ดหญ้าและข้าวดีดที่อยู่ในดินให้งอก
3️⃣ ฉีดพ่นแล้วไถแปรกำจัดต้นอ่อน
เมื่อวัชพืชเริ่มงอก ให้ฉีดพ่นด้วยกลูโฟสิเนต / ไกลโฟเสต แล้วไถแปรหรือตีเทือกเพื่อทำลายต้นอ่อนก่อนที่จะเติบโตและสร้างเมล็ดเพิ่ม
4️⃣ ถ้าหนาแน่นมาก ให้ทำซ้ำ
พื้นที่ที่มีข้าวดีดหรือวัชพืชสะสมมาก อาจทำกระบวนการ ล่อให้งอก → ไถกำจัด ซ้ำอีกครั้ง ก่อนเริ่มปลูกข้าวจริง
⚠️ จำไว้: การจัดการข้าวดีดที่ดี ไม่ใช่รอให้โตแล้วค่อยกำจัด แต่คือการ ลดจำนวนเมล็ดที่พร้อมจะงอกตั้งแต่ก่อนปลูก
🌾 เตรียมดินดีตั้งแต่ต้น ลดปัญหาวัชพืชตั้งแต่ต้นฤดู
🌱 ร้านเกนการเกษตร
ห่วงใยพี่น้องเกษตรกร 💚
📌 แนะนำสินค้า + ให้คำปรึกษาฟรี
ร้านเกนการเกษตร สายด่วน 090-9185115
สนใจสั่งซื้อ inbox ทางเพจร้านเกนการเกษตรได้เลยครับ หรือโทร 090-9185115
#ร้านเกนการเกษตรยินดีให้บริการครับ
📌 เซฟโพสต์นี้ไว้ก่อนเริ่มทำนารอบใหม่ และส่งต่อให้เพื่อนชาวนาด้วยครับ
#เกนการเกษตร #ข้าวดีด #ข้าวเด้ง #วัชพืชในนาข้าว #ทำนา #เตรียมดิน #นาข้าว #เกษตรกร #เกษตรความรู้ #เกษตรไทย
22/09/2026
🌾 ผสมสารกำจัดวัชพืชอย่างไร ให้เข้ากันดีและลดปัญหาในถัง?
เวลาต้องใช้สารมากกว่า 1 ชนิดในถังเดียวกัน สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “ลำดับการผสม” เพราะสารแต่ละสูตรมีคุณสมบัติทางกายภาพแตกต่างกัน หากเททุกอย่างรวมกันทันที อาจเกิดการจับตัว ตกตะกอน แยกชั้น หรือเกิดฟองมาก จนทำให้การพ่นไม่สม่ำเสมอได้
ก่อนผสมทุกครั้ง ต้องตรวจฉลากของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดก่อนว่าสามารถผสมร่วมกันได้หรือไม่ หากฉลากไม่ได้ระบุชัดเจน ควรทดสอบความเข้ากันได้ในภาชนะขนาดเล็กก่อน
ขั้นตอนที่ 1 💧 เติมน้ำสะอาดลงในถัง
เริ่มด้วยน้ำสะอาดประมาณ 1/3 ของปริมาตรถัง หรือปริมาณตามที่ฉลากกำหนด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับช่วยกระจายสารที่จะเติมตามมา จากนั้นเริ่มระบบกวนถ้ามี
ขั้นตอนที่ 2 🔍 ตรวจสอบความเข้ากันได้
หากเป็นสารที่ไม่เคยผสมร่วมกัน ควรทำ Jar Test หรือทดลองผสมในภาชนะเล็กตามสัดส่วนจริงก่อน สังเกตว่ามีตะกอน ก้อนแข็ง แยกชั้น หรือเกิดปฏิกิริยาผิดปกติหรือไม่
ขั้นตอนที่ 3 🫧 จัดการเรื่องฟองเมื่อจำเป็น
หากผลิตภัณฑ์หรือส่วนผสมมีแนวโน้มทำให้เกิดฟองมาก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากเกี่ยวกับสารลดหรือป้องกันฟอง ไม่ควรเติมสารลดฟองโดยอัตโนมัติทุกครั้งหากไม่มีความจำเป็น
ขั้นตอนที่ 4 🥄 เติมสูตรผงหรือเม็ดที่ต้องกระจายในน้ำก่อน
เช่น WP (Wettable Powder) และ WG/WDG (Water-Dispersible Granule) โดยบางผลิตภัณฑ์อาจต้องเตรียมเป็นสารแขวนลอยหรือกระจายในน้ำก่อน แล้วจึงเติมลงถังตามคำแนะนำบนฉลาก เพื่อช่วยลดการจับตัวเป็นก้อน
ขั้นตอนที่ 5 💦 เติมผลิตภัณฑ์สูตรน้ำ/สูตรแขวนลอยตามฉลาก
เช่น SC (Suspension Concentrate), FL (Flowable) หรือ SL (Soluble Concentrate) หลังจากสูตรผงหรือเม็ดกระจายตัวดีแล้ว จึงค่อยเติมผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ พร้อมรักษาการกวนอย่างต่อเนื่อง
ขั้นตอนที่ 6 🟡 เติมสูตรน้ำมัน เช่น EC
ผลิตภัณฑ์ประเภท EC (Emulsifiable Concentrate) มักเติมภายหลังสูตรผง เม็ด และสูตรที่กระจายหรือแขวนลอยในน้ำ เพื่อให้การสร้างอิมัลชันเกิดขึ้นในน้ำที่มีส่วนผสมก่อนหน้าเจือจางดีแล้ว
ขั้นตอนที่ 7 🍃 เติมสารเสริมฤทธิ์เมื่อฉลากกำหนด
เช่น สารจับใบชนิด non-ionic, COC หรือ MSO ควรใช้ เฉพาะเมื่อฉลากของสารกำจัดวัชพืชระบุหรืออนุญาต เพราะสารเสริมฤทธิ์แต่ละชนิดไม่ได้เหมาะกับสารและพืชทุกชนิด การเลือกผิดอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อพืชปลูกได้
ขั้นตอนที่ 8 🚿 เติมน้ำให้ครบปริมาตร
เติมน้ำส่วนที่เหลือจนได้ปริมาตรตามต้องการ พร้อมกวนให้ส่วนผสมกระจายตัวสม่ำเสมอ และรักษาการกวนระหว่างการพ่นตามที่ฉลากแนะนำ
⚠️ เรื่องสำคัญที่ต้องจำ
ลำดับข้างต้นเป็น หลักทั่วไป ไม่ใช่สูตรตายตัวสำหรับผลิตภัณฑ์ทุกชนิด เพราะสูตรตำรับและคำแนะนำของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน ดังนั้น ฉลากของผลิตภัณฑ์ที่ใช้จริงต้องมาก่อนเสมอ และไม่ควรนำสารหลายชนิดมาผสมเพียงเพราะต้องการลดจำนวนเที่ยวพ่น
🌱 ผสมถูกลำดับ + ใช้ถูกอัตรา + เลือกให้ตรงวัชพืช + พ่นถูกช่วง
ช่วยลดปัญหาในถังและทำให้การจัดการวัชพืชเป็นระบบมากขึ้น
“จัดการวัชพืชให้ตรงจุด เริ่มต้นที่…การผสมอย่างถูกต้อง”
🌱 ร้านเกนการเกษตร
ห่วงใยพี่น้องเกษตรกร 💚
📌 แนะนำสินค้า + ให้คำปรึกษาฟรี
ร้านเกนการเกษตร สายด่วน 090-9185115
สนใจสั่งซื้อ inbox ทางเพจร้านเกนการเกษตรได้เลยครับ หรือโทร 090-9185115
#ร้านเกนการเกษตรยินดีให้บริการครับ
📌 เซฟโพสต์นี้ไว้ก่อนเริ่มทำนารอบใหม่ และส่งต่อให้เพื่อนชาวนาด้วยครับ
#เกนการเกษตร #ความรู้เกษตร #สารกำจัดวัชพืช #กำจัดวัชพืช #การผสมสาร #ทำนา #นาข้าว #ชาวนา #เกษตรกร #ความรู้ชาวนา #จัดการวัชพืช
22/09/2026
🌾 วัชพืชในนาข้าว รู้จักให้ทัน ก่อนแย่งอาหารต้นข้าว
วัชพืชในนาไม่ได้มีแค่ “หญ้า” และแต่ละชนิดก็มีลักษณะแตกต่างกัน บางชนิดตอนยังเล็กหน้าตาคล้ายต้นข้าวมาก จนปล่อยให้โตแล้วถึงรู้ว่าเป็นวัชพืช
การจำแนกวัชพืชให้ถูกชนิดจึงสำคัญ เพราะช่วยให้เราวางแผนจัดการได้เหมาะกับปัญหาที่พบในแปลง ลองมาดู 9 วัชพืชที่พบได้ในนาข้าว และจุดสังเกตง่าย ๆ กันครับ 👇
🌱 หญ้าข้าวนก
ช่วงต้นเล็กมีลักษณะคล้ายต้นข้าว จึงสังเกตผิดได้ง่าย จุดที่ช่วยแยกคือบริเวณรอยต่อระหว่างใบกับกาบใบ ไม่มีเยื่อกันน้ำฝน เมื่อโตขึ้นจะแตกกอและแข่งขันกับข้าวทั้งเรื่องพื้นที่ แสง น้ำ และธาตุอาหาร
🌱 หญ้าแดง
สังเกตได้จากลำต้นที่ทอดหรือแนบไปกับพื้น แล้วส่วนยอดชูขึ้น เมื่อเข้าสู่ระยะออกดอกจะเห็น ช่อดอกค่อนข้างแน่น ลักษณะคล้ายธูป หากขึ้นหนาแน่นจะเบียดพื้นที่ต้นข้าวได้มาก
🌱 หญ้าดอกขาว
จุดสังเกตสำคัญอยู่ตรงรอยต่อระหว่างใบกับกาบใบ ซึ่ง มีเยื่อกันน้ำฝนเป็นแฉก ลักษณะช่อดอกแตกแขนงละเอียด เมื่อโตเต็มที่จึงแยกจากต้นข้าวได้ชัดขึ้น
🌱 หญ้านกสีชมพู
ลำต้น ใบ หรือช่อดอกบางส่วนอาจมีสีชมพูหรืออมม่วงให้เห็น โดยบริเวณรอยต่อระหว่างใบกับกาบใบ ไม่มีเยื่อกันน้ำฝนและเขี้ยวกันแมลง สีของต้นอาจแตกต่างกันตามระยะการเจริญและสภาพแวดล้อม จึงควรดูหลายลักษณะประกอบกัน
🌿 ผักปอดนา
เป็นวัชพืชที่สัมพันธ์กับพื้นที่ชื้นหรือมีน้ำขัง จุดเด่นคือบริเวณโคนต้นที่แช่น้ำสามารถพบ เนื้อเยื่อสีขาวคล้ายฟองน้ำหุ้มอยู่ และมีช่อดอกที่มองคล้ายกรวยคว่ำ ช่วยให้แยกจากวัชพืชใบกว้างชนิดอื่นได้
🌿 ขาเขียด
เป็นวัชพืชน้ำที่มีใบและก้านใบเป็นจุดสังเกต รูปร่างโดยรวมอาจทำให้นึกถึง ผักตบชวาขนาดเล็ก และสามารถพบดอกสีม่วงได้ มักเจริญได้ดีในบริเวณนาที่มีความชื้นสูงหรือน้ำขัง
🌾 หนวดปลาดุก
ต้นอ่อนจะแตกกอ ใบเรียงตัวเป็นแนวค่อนข้างตรงจนมองคล้ายพัด ส่วนช่อดอกมีลักษณะเป็น ตุ่มหรือกระจุกสีน้ำตาล เมื่อพบในนาอย่าดูเฉพาะใบ ควรสังเกตลักษณะการแตกกอและช่อดอกร่วมด้วย
🌾 กกขนาก
อยู่ในกลุ่มกก จุดสังเกตที่มีประโยชน์คือ ลำต้นเป็นสามเหลี่ยม และมีร่องหรือส่วนเว้าตามลำต้น ช่อดอกแตกออกเป็นกระจุกหรือแฉก สีเขียวในระยะแรก ลักษณะลำต้นช่วยแยกออกจากวัชพืชกลุ่มหญ้าได้
🌾 กกทราย
ต้นอ่อนมีลักษณะเรียว ปลายแหลมคล้ายหอก เมื่อโตขึ้นจะเห็นช่อดอกขนาดเล็ก เรียงตัวเป็น 2 แถว สีของช่อดอกออกเหลืองถึงน้ำตาล เป็นอีกชนิดที่ควรสังเกตทั้งลำต้นและดอกประกอบกัน
🍀 ผักแว่น
จำง่ายที่สุดชนิดหนึ่ง เพราะใบมีลักษณะเด่นเป็น 4 แฉก คล้ายใบโคลเวอร์ มักพบในบริเวณที่มีความชื้นสูง พื้นนา หรือบริเวณน้ำตื้น สามารถแผ่กระจายคลุมพื้นที่และแข่งขันกับต้นข้าวได้
ที่มา : ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดพิษณุโลก
🔎 เวลาเดินสำรวจนา อย่าดูแค่ว่า “เป็นหญ้าหรือไม่”
ลองสังเกต 4 จุดไปพร้อมกัน คือ ลักษณะลำต้น → ใบและรอยต่อใบ → การแตกกอ → ช่อดอก เพราะวัชพืชบางชนิดคล้ายกันมากในระยะต้นอ่อน แต่จะเห็นความแตกต่างชัดขึ้นเมื่อดูหลายลักษณะประกอบกัน
การรู้ว่าในนาของเรามีวัชพืชชนิดไหน เป็นจุดเริ่มต้นของการเลือกวิธีจัดการให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการจัดการน้ำ การจัดการก่อนวัชพืชสร้างเมล็ด หรือการเลือกวิธีควบคุมอื่น ๆ ให้ตรงกับชนิดและระยะของวัชพืช
🌾 รู้จักวัชพืชให้ถูกตัว จัดการให้ถูกจังหวะ ลดการแข่งขันกับต้นข้าว และช่วยรักษาศักยภาพผลผลิตของแปลง
🌱 ร้านเกนการเกษตร
ห่วงใยพี่น้องเกษตรกร 💚
📌 แนะนำสินค้า + ให้คำปรึกษาฟรี
ร้านเกนการเกษตร สายด่วน 090-9185115
สนใจสั่งซื้อ inbox ทางเพจร้านเกนการเกษตรได้เลยครับ หรือโทร 090-9185115
#ร้านเกนการเกษตรยินดีให้บริการครับ
📌 เซฟโพสต์นี้ไว้ก่อนเริ่มทำนารอบใหม่ และส่งต่อให้เพื่อนชาวนาด้วยครับ
#วัชพืชในนาข้าว #วัชพืช #หญ้าข้าวนก #หญ้าแดง #หญ้าดอกขาว #หญ้านกสีชมพู #กกขนาก #กกทราย #ผักแว่น #ทำนา #นาข้าว #ความรู้เกษตร #เกษตรกรไทย #เกนการเกษตร
22/09/2026
🌾 ปลายฝนต้นหนาว นาข้าวต้องระวังอะไรบ้าง?
ช่วงเปลี่ยนจากฤดูฝนเข้าสู่ต้นหนาว อากาศเริ่มเย็นลง แต่ในแปลงนาอาจยังมีความชื้นสูง โดยเฉพาะบริเวณกอข้าวที่แน่นหรือแปลงที่มีน้ำขัง สภาพแบบนี้อาจเอื้อต่อโรคบางชนิด ขณะเดียวกันแมลงศัตรูข้าวหลายชนิดก็ยังสามารถพบได้
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่เห็นข้าวผิดปกติแล้วรีบจัดการ แต่ต้อง แยกให้ออกก่อนว่าเกิดจากโรค แมลง หรือสาเหตุอื่น เพราะอาการที่ดูคล้ายกันอาจต้องใช้วิธีจัดการต่างกันครับ
🌾 1. โรคไหม้ หรือคอรวงไหม้
เกิดจากเชื้อรา สามารถเข้าทำลายข้าวได้หลายระยะ หากเกิดที่ใบอาจพบแผลลักษณะเฉพาะของโรค ส่วนในระยะออกรวงควรสังเกตบริเวณคอรวง เพราะเมื่อถูกทำลายอาจทำให้การส่งน้ำและอาหารไปยังรวงผิดปกติ ส่งผลต่อการสร้างเมล็ดได้
👉 ควรสำรวจแปลงสม่ำเสมอ โดยเฉพาะแปลงที่ปลูกข้าวหนาแน่น มีความชื้นสูง หรือมีประวัติโรคระบาด และหลีกเลี่ยงการใช้ไนโตรเจนมากเกินความต้องการของข้าว
🌾 2. แมลงบั่ว
ตัวเต็มวัยมีลักษณะคล้ายยุงขนาดเล็ก แต่ระยะที่สร้างความเสียหายสำคัญคือระยะหนอน ซึ่งเข้าไปทำลายบริเวณจุดเจริญของต้นข้าว
อาการที่ช่วยสังเกตคือยอดข้าวผิดปกติและเกิดลักษณะที่เรียกว่า “หลอดบั่ว” หรือ “หลอดหอม” ต้นที่ถูกทำลายจะไม่สามารถสร้างรวงจากหน่อนั้นได้ตามปกติ
👉 ควรเดินสำรวจตั้งแต่ข้าวระยะแตกกอ และจัดการวัชพืชหรือพืชอาศัยบริเวณรอบแปลงร่วมด้วย
🌾 3. โรคใบจุดสีน้ำตาล
เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา อาการเด่นพบเป็นจุดหรือแผลสีน้ำตาลบนใบ บางแผลอาจมีส่วนกลางสีอ่อนกว่า เมื่อเกิดมากจะลดพื้นที่ใบที่ใช้สังเคราะห์แสง
โรคนี้ไม่ควรดูเฉพาะ “จุดสีน้ำตาล” แล้วสรุปทันที เพราะอาการบนใบข้าวจากหลายสาเหตุอาจดูใกล้เคียงกันได้
👉 ควรพิจารณารูปร่างแผล การกระจายของอาการ ระยะการเจริญของข้าว และสภาพแปลงประกอบกัน
🌾 4. เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และแมลงสิง
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล มักอาศัยและดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณโคนกอ หากมีประชากรสูง ข้าวอาจเหลือง แห้ง และเกิดอาการไหม้เป็นหย่อมได้ นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดไวรัสบางชนิดในข้าว
ส่วน แมลงสิง ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเมื่อข้าวเริ่มออกรวง เพราะแมลงจะใช้ปากแทงดูดกินบริเวณเมล็ดข้าว โดยเฉพาะช่วงเมล็ดยังอ่อน ส่งผลต่อคุณภาพเมล็ดได้
👉 เวลาเดินสำรวจจึงต้องดูให้ถูกตำแหน่ง — เพลี้ยกระโดดให้เน้น โคนกอ ส่วนแมลงสิงให้สำรวจบริเวณ รวงข้าว
🌾 5. โรคกาบใบแห้ง หรือราหลุม
โรคกาบใบแห้งเกิดจากเชื้อรา มักเริ่มแสดงอาการบริเวณกาบใบส่วนล่างใกล้ระดับน้ำ ก่อนลุกลามขึ้นด้านบน โดยพบแผลสีเขียวปนเทาถึงน้ำตาลและขอบแผลเข้มขึ้น
👉 แปลงที่ข้าวแน่น ความชื้นสูง หรือได้รับไนโตรเจนมาก อาจมีสภาพที่เอื้อต่อการพัฒนาโรค จึงควรดูทั้งอาการและสภาพแวดล้อมภายในกอประกอบกัน
🌾 6. หนอนกระทู้ และหนอนห่อใบข้าว
แม้เป็นหนอนเหมือนกัน แต่ลักษณะการทำลายต่างกัน
หนอนกระทู้ สามารถกัดกินส่วนต่าง ๆ ของต้นข้าว และบางช่วงอาจพบการระบาดเป็นกลุ่ม ส่วน หนอนห่อใบข้าว จะดึงขอบใบมาห่อเข้าหากัน แล้วอาศัยอยู่ภายในพร้อมกัดกินเนื้อใบ เหลือผิวใบเป็นรอยขาว
👉 ก่อนจัดการควรเปิดใบที่ถูกห่อ ตรวจดูว่ามีตัวหนอนอยู่จริงหรือไม่ และประเมินปริมาณการทำลายทั้งแปลง ไม่ควรตัดสินจากต้นเดียว
🔎 หัวใจสำคัญในช่วงปลายฝนต้นหนาว คือ “สำรวจก่อนจัดการ”
ลองเดินนาแล้วตรวจ 4 จุดหลัก
ใบข้าว → กาบใบ → โคนกอ → รวงข้าว
เพราะแต่ละตำแหน่งสามารถบอกเบาะแสของโรคและแมลงที่แตกต่างกันได้
หากจำเป็นต้องใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช ควร วินิจฉัยศัตรูพืชให้ถูกชนิดก่อน เลือกสารที่ขึ้นทะเบียนสำหรับพืชและศัตรูเป้าหมายนั้น และใช้ตามฉลาก ไม่ควรยึดการสลับชื่อการค้าเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณา กลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ ร่วมกับแนวทางจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน เพื่อลดความเสี่ยงการดื้อสารและผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตที่เป็นประโยชน์
🌾 อากาศเปลี่ยน ศัตรูข้าวก็เปลี่ยนตาม
รู้ให้ถูกว่าอะไรเกิดในแปลง แล้วค่อยเลือกวิธีจัดการให้ตรงจุดครับ
🌾 ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้ที่ 090-9185115
🔵INBOX : http://m.me/BAANINTERKASET
🟢LINE: https://line.me/ti/p/IJTkH6Dway
🔴 อัปเดต&รีวิวสินค้า : เพจบ้านอินเตอร์การเกษตร
📣มีบริการเก็บเงินปลายทางครับ
รับส่วนลด พร้อมคูปองพิเศษ
ลาซาด้า https://s.lazada.co.th/s.pYEwQ
ช้อปปี้ https://th.shp.ee/t6g4eRM
#บ้านอินเตอร์การเกษตร
บ้านอินเตอร์การเกษตร | แหล่งความรู้ด้านเกษตรที่อยากให้เกษตรกรรู้ก่อนปัญหาเกิดในแปลง
#ปลายฝนต้นหนาว #นาข้าว #โรคข้าว #แมลงศัตรูข้าว #โรคไหม้ #โรคใบจุดสีน้ำตาล #โรคกาบใบแห้ง #แมลงบั่ว #เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล #แมลงสิง #หนอนห่อใบข้าว #หนอนกระทู้ #ทำนา #เกษตรกรไทย #ความรู้เกษตร #บ้านอินเตอร์การเกษตร
22/09/2026
🌾 **ข้าวแห้งเหมือนกัน…แต่สาเหตุอาจไม่เหมือนกัน!**
หลายครั้งที่เห็นต้นข้าวมีอาการแห้ง เหี่ยว หรือยอดตาย เกษตรกรอาจเข้าใจว่าเป็น “โรค” ทั้งหมด
แต่จริง ๆ แล้ว **โรคกาบใบแห้ง** กับ **อาการใบเหี่ยวจากหนอนกอข้าว** มีจุดสังเกตที่ต่างกันอย่างชัดเจนครับ
🔎 **จำง่าย ๆ ด้วยการดู “ตรงไหนแห้ง?”**
🟢 **โรคกาบใบแห้ง**
• เริ่มเห็นอาการบริเวณ **กาบใบด้านนอกและใบล่าง**
• พบแผลรูปรีสีเขียวปนเทา ขอบสีน้ำตาล คล้ายรอยลวก
• มักเริ่มจากบริเวณโคนกอแล้วค่อย ๆ ลุกลามขึ้นด้านบน
• สาเหตุเกิดจากเชื้อรา **Rhizoctonia solani**
🟠 **หนอนกอข้าว**
• มักเห็น **ใบกลางกอหรือยอดอ่อนเหี่ยวแห้ง** ขณะที่ใบนอกยังเขียว
• ใบยอดอาจแห้งชี้โด่เด่ เรียกว่าอาการ **Deadheart**
• เมื่อตรวจบริเวณโคนต้น อาจพบรูเจาะหรือมูลหนอน
• หากลองดึงยอดที่เสียหาย อาจ **หลุดออกมาได้ง่าย**
🌱 **เคล็ดลับตรวจแปลงแบบง่าย ๆ**
อย่าเพิ่งรีบสรุปจากคำว่า “ใบแห้ง” อย่างเดียว
ให้ลองดู **ตำแหน่งที่เริ่มแห้ง + ลักษณะแผล + ตรวจโคนต้น + ทดสอบการดึงยอด**
เพราะการวินิจฉัยให้ถูกตั้งแต่ต้น
ช่วยให้เลือกวิธีจัดการได้ตรงสาเหตุ และลดการใช้สารโดยไม่จำเป็น
📌 **จำสั้น ๆ**
“แห้งจากกาบใบด้านนอก → คิดถึงโรคกาบใบแห้ง”
“ยอดกลางกอเหี่ยว ดึงหลุดง่าย → สงสัยหนอนกอ”
เกษตรกรยุคใหม่ ต้อง **สังเกตให้เป็น ก่อนจัดการให้ตรงจุด** 🌾
🌾 ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้ที่ 090-9185115
🔵INBOX : http://m.me/BAANINTERKASET
🟢LINE: https://line.me/ti/p/IJTkH6Dway
🔴 อัปเดต&รีวิวสินค้า : เพจบ้านอินเตอร์การเกษตร
📣มีบริการเก็บเงินปลายทางครับ
รับส่วนลด พร้อมคูปองพิเศษ
ลาซาด้า https://s.lazada.co.th/s.pYEwQ
ช้อปปี้ https://th.shp.ee/t6g4eRM
#บ้านอินเตอร์การเกษตร
บ้านอินเตอร์การเกษตร | แหล่งความรู้ด้านเกษตรที่อยากให้เกษตรกรรู้ก่อนปัญหาเกิดในแปลง
#บ้านอินเตอร์การเกษตร #เกษตรความรู้คู่ชาวนา #ข้าว #นาข้าว #โรคกาบใบแห้ง #หนอนกอข้าว #ศัตรูข้าว #โรคข้าว #เกษตรกร #ความรู้เกษตร
22/09/2026
2 ตัวร้ายในนาข้าวที่เกษตรกรต้องรู้จัก! 🌾⚠️
แมลงบั่ว vs เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล
แม้ทั้งสองชนิดจะทำให้ต้นข้าวชะงักการเจริญเติบโตและผลผลิตลดลง แต่ วิธีการทำลายแตกต่างกันอย่างชัดเจน
🦟 แมลงบั่ว (Rice Gall Midge)
ตัวหนอนจะเข้าไปทำลาย จุดเจริญของต้นข้าว ทำให้ต้นข้าวสร้างเนื้อเยื่อผิดปกติจนเกิดเป็น “หลอดบั่ว” ข้าวแตกกอเป็นหลอด แต่ไม่สามารถออกรวงได้ตามปกติ สารป้องกันและกำจัด เช่น ไทอะมีทอกแซม / ไทอะโคลพริด / อิมิดาคลอพริด / ไตรอะโซฟอส / เบนฟูราคาร์บ / ไดอะซินอน เป็นต้น
🟤 เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Brown Planthopper)
เป็นแมลงปากดูดที่ดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณโคนกอ ทำให้ต้นข้าวใบเหลือง แห้ง และตายเป็นหย่อม ๆ จนเกิดอาการ “ไหม้” หรือ Hopperburn สารป้องกันและกำจัด เช่น ไพมีโทรซีน / ไดโนทีฟูแรน / ฟลอนิคลามิด / บูโพเฟรซิน / อะเซทามิพริด เป็นต้น
ที่สำคัญ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลยังสามารถเป็นพาหะนำโรคไวรัสบางชนิดเข้าสู่ต้นข้าวได้อีกด้วย
🔎 ป้องกันก่อนระบาดหนัก
✅ สำรวจแปลงสม่ำเสมอ โดยเฉพาะบริเวณโคนกอ
✅ ไม่ปลูกข้าวหนาแน่นเกินไป
✅ หลีกเลี่ยงการใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินความต้องการ
✅ จัดการน้ำอย่างเหมาะสม เช่น เปียกสลับแห้งตามสภาพแปลง
✅ อนุรักษ์แมลงศัตรูธรรมชาติ เช่น แมงมุมและแมลงตัวห้ำ
✅ หากจำเป็นต้องใช้สารกำจัดแมลง ควรเลือกสารให้ ตรงชนิดแมลงและตรงกลไกการทำลาย
⚠️ ข้อควรจำ: การใช้สารกำจัดแมลงแบบไม่เลือกชนิด โดยเฉพาะสารที่ทำลายศัตรูธรรมชาติ อาจทำให้ปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลรุนแรงขึ้นจาก การระบาดกลับ (Resurgence)
รู้จักศัตรูข้าวให้ถูกตัว → เลือกวิธีจัดการได้ถูกวิธี → ลดความเสียหายก่อนผลผลิตจะหาย
🌾 ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้ที่ 090-9185115
🔵INBOX : http://m.me/BAANINTERKASET
🟢LINE: https://line.me/ti/p/IJTkH6Dway
🔴 อัปเดต&รีวิวสินค้า : เพจบ้านอินเตอร์การเกษตร
📣มีบริการเก็บเงินปลายทางครับ
รับส่วนลด พร้อมคูปองพิเศษ
ลาซาด้า https://s.lazada.co.th/s.pYEwQ
ช้อปปี้ https://th.shp.ee/t6g4eRM
#บ้านอินเตอร์การเกษตร
บ้านอินเตอร์การเกษตร | แหล่งความรู้ด้านเกษตรที่อยากให้เกษตรกรรู้ก่อนปัญหาเกิดในแปลง
#บ้านอินเตอร์การเกษตร #แมลงศัตรูข้าว #แมลงบั่ว #เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล #นาข้าว #เกษตรกร #ปลูกข้าว #โรคและแมลงศัตรูข้าว #เกษตรความรู้
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ
หมวดหมู่
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
Saraburi
18120
แจ้งเตือน
เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ PRAI PLUS X SOAP โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ
